“ประเทศอินเดีย”จ่อครองแชมป์ส่งออกข้าว แซงหน้าเวียดนาม และชาติไทย

18 พ.ค.

นายซามาเรนดู โมฮันตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ รีเสิร์ช อินสติติวต์ ให้ ทรรศนะกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การส่งออกข้าวของประเทศอินเดียจนถึง ส.ค.นี้ อาจมากขึ้นเป็น 7 ล้านตัน หากเปรียบกับข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ นับว่ามากกว่า 2 เท่าของจำนวนข้าวที่ประเทศอินเดียเคยส่งออก 2.8 ล้านตัน ระหว่างปี 2553 – 2554 และคิดว่าเวียดนามจะเป็นแชมป์ส่งออกข้าวได้ 7 ล้านตัน ส่วนชาติไทยปีนี้ส่งออกได้ 6.5 ล้านตัน นายวีเจย์ ซีเทีย ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวของประเทศอินเดียกล่าวว่าการเก็บเกียวข้าวปีนี้และปี 2556 ทำได้เพิ่มมากขึ้นให้ผลตอบแทนจากการเพาะปลูกสูง ตามที่กระทรวงเกษตรอินเดียรายงานปีนี้อาจเพิ่มเป็น 103.4 ล้านตัน จากปีก่อน 96 ล้านตัน กระทรวงเกษตรสหรัฐ คะเนว่าส่งออกข้าวทั่วโลกจะมี 33.9 ล้านตันข้าวสาร และ องค์การอาหารและการเกษตรที่อิตาลีคาดการณ์ตลาดข้าวปี 2555-56 ว่า ผลผลิตข้าวเปลือกทั่วโลกปีนี้จะเพิ่มขึ้น 1.7% เป็น 732.3 ล้านตัน หรือเท่ากับ 488.2 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งมากกว่าการบริโภคที่ระดับ 477 ล้านตันข้าวสาร

ก๊าซเอ็นจีวี รถร่วมบริการ ขสมก. เสียงแข็ง 16 มิ.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนค่ารถอีก 1 บาทแน่

18 พ.ค.

ยังประกันว่า วันที่ 16 มิ.ย. นี้ จะปรับเปลี่ยนขึ้นราคาค่ารถอีก 1 บาท จาก ค่า 8 บาท เป็น 9 บาท ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการคุมการคมนาคมทางบกกลาง ถึงแม้นราคาก๊าซเอ็นจีวีสนนราคาจะไม่ถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาทก็ตาม เหตุเพราะมติที่ระบุให้การปรับขึ้นค่าค่ารถ ค่า ก๊าซเอ็นจีวี ต้องปรับเปลี่ยนขึ้นถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาท เป็นมติที่ทำร่วมกับคนประกอบการรถรับจ้างเท่านั้น ไม่เกี่ยวเนื่องกับรถร่วมฯ เพราะบวกลบคูณหารค่ารถไม่ได้กระทบกระเทียบเฉพาะสนนราคาเอ็นจีวีเพียงนั้น แต่ยังมีค่าแรงงาน และค่าอะไหล่ที่ปรับเปลี่ยนสูงขึ้นด้วย

การปรับเปลี่ยนขึ้นราคาค่ารถ ต้องให้สนนราคา ก๊าซเอ็นจีวี ค่าถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาท ถึงจะปรับเปลี่ยนได้ มตินี้ ทาง กระทรวงคมนาคม ยินยอมร่วมกับรถรับจ้างเท่านั้น มิได้ทำความตกลงกับรถร่วม ฯ โดยเหตุนั้นสมาคมฯ จะขอเข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.การติดต่อสื่อสาร เพื่อ แสดงความคิดเห็น และทำความเข้าใจให้ตรงกัน ซึ่งครั้งนี้ขอพบแล้ว แต่ยังมิได้เวลาเข้าพบ ซึ่งถ้าหากได้ทำความเห็น กับ นายชัชชาติ แล้ว ยังยืนยันจะยัง มิให้ปรับเปลี่ยนขึ้นราคา ก็จะกลับไปหารือร่วมกับ 3 สมาคมฯ อีกครั้งหนึ่ง

แคนาดา..จับกุมตัวโจรกลืนเพชร

18 พ.ค.

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แคนาดาเล่าว่า รอหลักฐานมาเป็นเวลายาวนานประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว หลังจากได้ตัวริชาร์ด แม็คเคนซี แมทธิวส์ อายุ 52 ปี ที่โดนเจ้าของร้านเพชร ณเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ ฟ้องร้องจับ เนื่องจากชิงเพชรไป เพราะเขาทำท่าเข้ามาขอดูเพชร ก่อนจะเอาเพชรเทียมสับเปลี่ยน และกลืนเพชรจริงๆลงท้อง แมทธิวส์ โดนตั้งข้อกล่าวหาขโมยและช่วงนี้กำลังถูกคุมตัวอยู่ที่สำนักงานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ไต่สวนรอให้เพชรน้ำหนัก 1.7 กะรัต มูลค่าราว 630,000 บาท ถูกระบายออกมา เพราะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เล่าว่า แมทธิวส์เข้าห้องน้ำมาหลายคราวแล้วเสียแต่ว่าจนแล้วจนรอด เพชรพลอยก็ยังไม่ออกมา ช่วงนี้ก็ทำได้แค่ให้เขาทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นการระบาย ในระหว่างที่แมทธิวส์เองก็อยากจะให้เพชรออกมา เรื่องจะได้จบๆ ส่วนผลตรวจเอกซเรย์เผยให้เห็น เพชรพลอยปลอม 2 เม็ดติดอยู่ในไส้ของเขา เสียแต่ว่าไม่เห็นเพชรจริง เนื่องจากโปร่งแสง เอกซ์เรย์ไม่ติด

เมืองจีนอีกแล้ว ทำ‘หูหมูปลอม’ มีสารก่อมะเร็ง

17 พ.ค.

วันที่ 16 พ.ค. ไชน่าเดลี่รายงานข่าวช็อกวงการอาหาร เมื่อสาธารณสุขท้องถิ่นมณฑลเจียงซี เผยพบ “หูหมูปลอม” ทำจากเจลาตินอุตสาหกรรม ประสมสารโซเดียมโอลิเอต วางขายเกลื่อนตลาดเมืองกันโจว หลังชายชาวบ้านจากเขตกันเซียนไม่ทราบชื่อ ได้กลิ่นเน่าคลุ้งจากหูหมูเมนูอาหารของว่างที่ซื้อมาจากท้องตลาด จึงทดลองฉีกหูหมู และพบสารเหนียวหนืดคล้ายวุ้นใส่อยู่ด้านใน ชายนิรนามจึงส่งอาหารต้องสงสัยไปตรวจทานที่สำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์เขตกันเซียน ซึ่งระบุว่า เป็นหูหมูปลอม

นายฝาน จี้หง มืออาชีพด้านความปลอดภัยโภชนาการและอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งจีน กล่าวว่า การผสมสารเคมีลงไปในหูหมูปลอม ทำให้รสชาติดี และยุ่งยากแก่การจับผิดว่าเป็นของเก๊ แต่การรับประทานโซเดียมโอลิเอต ส่วนมาก มีผลกระทบต่อร่างกายทำให้ความดันโลหิตสูงผิดปกติ และระบบการทำงานของหัวใจผิดพลาด ระหว่างที่เจลาตินอุตสาหกรรมซึ่งชอบใช้ในธุรกิจการค้าเครื่องหนัง เป็นสารต้องห้ามสำหรับผลิตอาหาร เนื่องจากมีโครเมียมที่เป็นสารก่อมะเร็ง เบื้องต้นทางการยังไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่นอน แต่ได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านเลือกสรรซื้อหูหมูที่เห็นขนและเส้นโลหิตชัดเจน เพราะของเก๊ไม่สามารถเลียนแบบได้

ตร.บุกค้น เรือนจำบางขวาง ยึดมือถืออื้อ-ฉี่ม่วงมากกว่า200คน

17 พ.ค.

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนบุรี กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จำนวน 600 นาย ได้รวมกำลังประสานกับหน่วยทำงานทำการพิเศษราชทัณฑ์ บุกเข้าไปเข้าโจมตีค้นที่คุมขังบางขวางดึกดื่น โดยขยายกำลังเข้าสืบค้นเรือนนอนของนักโทษตามแดนต่างๆ ซึ่งต่อมาจากใช้ระยะค้นอย่างละเอียด เป็นเวลายาวนานเกือบจะ 4 ชั่วโมง เจ้าพนักงานสามารถยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายยี่ห้อ พร้อมทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์ รวม 28 เครื่อง พร้อมทั้งยังพบทีวี พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีอีกหลายรายการ อุปกรณ์ปรับเปลี่ยนเป็นอาวุธ อุปกรณ์เล่นพนัน แม้กระนั้นไม่พบสิ่งเสพติด เจ้าพนักงานจึงได้คุมตัวผู้ต้องขังมาสุ่มตรวจจับปัสสาวะ สำหรับหายาเสพติด จำนวน 1,000 คน ปรากฏว่าค้นเจอผู้ต้องขัง มีปัสสาวะสีม่วงกว่า 200 คน เกี่ยวกับการค้นครั้งนี้ เหตุเพราะผู้ต้องขังในหลายที่คุมขังทั่วประเทศ ให้การซัดทอดว่ารับสิ่งเสพติดส่วนหนึ่งมาจาก เรือนจำบางขวาง เพราะว่าใช้วิธีการสั่งซื้อมาทางโทรศัพท์

ยอดจำหน่ายบะหมี่ซองกระโจนรับของแพง มาม่าขยายไลน์ทำ

17 พ.ค.

ยอดจำหน่าย บะหมี่ ซอง 4 เดือนแรกโตกว่า 10% สาเหตุเป็นลู่ทางของลูกค้าในสมัยสินค้ามีราคา ทุ่ม 600 ล้านบาท ทำโรงงานแป้งสาลีเองคาดหวังลดเงินลงทุน พร้อมแพร่กระจายไลน์การทำเพิ่มอีก 3 ไลน์ รองการเจริญ ภาพรวมตลาด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในระยะเวลา 4 เดือนแรกของศกนี้ มกราคม -เดือนที่ 4 เติบโตถึง 10% เพราะ บะหมี่ นับว่าเป็นอาหารลู่ทางที่ต้องมีติดไว้ทุกที่อาศัย ทั้งในยามปกติและของแพง และจากสถานการณ์มูลค่าสินค้าปรับขยายนั้น ทำให้ประเมินว่าตลาด บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปในปีนี้จะโตได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 10% จากที่ปีที่ผ่านมาในช่วง 9 เดือนแรกตลาดทรงๆ แต่มาใหญ่ในช่วง 3 เดือนท้าย แต่ก็ยังต่ำกว่า 10% และหากไม่มีสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาเชื่อว่าตลาดจะไม่ใหญ่ได้ใน ระดับนี้

“ศกนี้ของแพง และมาม่านับว่าเป็นลู่ทางสำหรับลูกค้า เป็นความปรารถนาของคน จึงประเมินว่าตลาดจะโตได้อย่างเด่นเกิน 10% ค้ำประกันว่าของพอจำหน่ายไม่ขาดและจะจำหน่ายในมูลค่าเดิมต่อจากนั้น” และครั้งนี้ก็กำลังการทำ 300 ตันต่อวัน เพื่อใช้ในการทำ บะหมี่ เปิดปฏิบัติการได้ในปีหน้า พร้อมกับได้ออกสินค้ารสใหม่เพิ่มเติม รสแกงเขียวหวานไก่ เพื่อเป็นการเร่งเร้าตลาด รวมทั้งมีแผนที่จะแพร่ขยายกำลังการทำบะหมี่ซองอีก 3 ไลน์ ซึ่งไลน์การทำจะติดตั้งได้เสร็จในปีหน้า เพื่อเป็นการรองการเติบโตของการบริโภคบะหมี่ในแคว้นอีกด้วย

“จาก ข้อมูลของที่สัมมนาบะหมี่โลกเจอะเจอว่า อัตราการทำและบริโภค บะหมี่ ของเมืองไทยในช่วงนี้อยู่ที่ระดับ 7 ของโลก สำหรับแคว้นที่มีการรับประทานระดับ 1 คือ เมืองจีน กำลังการทำอัตราร้อยละ 50 ของกำลังการทำทั้งโลก 2.อินโดนีเซีย 3.ญี่ปุ่น 4.เกาหลีใต้ 5. เวียดนาม 6.ประเทศฟิลิปปินส์”

ทานปลาประจำลดเสี่ยงมะเร็ง 2 ชนิด

16 พ.ค.

หลายคนชื่นชอบกินปลาก็เพราะว่าย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ โดยล่าสุดยังมีผลงานวิจัยออกมาสนับสนุนให้กินปลา เหตุเพราะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ ทาง จี เหลียง ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารจากซีอานในสาธารณรัฐประชาชนจีน เผยผลวิจัยรายละเอียดจาก 41 ประเทศทั่วโลกเป็นต้นว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ ประเทศฟินแลนด์ ญี่ปุ่น เกี่ยวกับการวัดปริมาณการกินปลาและการติดตามโรคมะเร็ง พบว่า การกินปลาเป็นประจำ โดยภาพรวมช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งทวารหนัก ได้ร้อยละ 12 แต่คนที่เน้นหนักกินปลาเยอะกว่าเนื้อสัตว์อื่น พบว่า มีส่วนช่วยลดการเกิดมะเร็งทวารหนักได้ร้อยละ 21 ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดได้ร้อยละ 4 แต่ทั้งนี้ ต้องพิเคราะห์วัตถุปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย อย่าง วัย, พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์, ปริมาณการกินเนื้อสัตว์เนื้อแดง, และประวัติการป่วยเนื้อร้ายของคนในครอบครัว

ริว จิตสัมผัส คือคนหลอกโลก..?

16 พ.ค.

1.ก่อนจะถ่ายรายการ เขาจะมีห้องชุดรับรองเพื่อแขกรับเชิญ ก่อนออกมาสู่ห้องส่ง ซึ่งก็นั่งทดอยู่ด้วยกัน พร้อมด้วยก็ได้คุยกันมาบ้างแล้วข้างในทีแรกก่อนเข้าสู่ห้องส่ง .. อย่างน้อย คุณริว ก้อควรได้รายละเอียดมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับแขกรับเชิญที่มา

2.แขกรับเชิญแต่ละราย ถึงถ้าแม้ว่าจะพบอุปสรรคต่างกัน แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ด้วย หมายถึง เรื่องเร้นลับที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง หรือไม่ก็บอกง่ายๆว่า .. มีปัญหากับภูตผีนั่นเอง คุณริว จะถามถึงบ้านเลขที่ ทะเบียนรถ แล้วก้อนั่งคำนวณกัน จากนั้นจะฟันธงว่า … มีผีติดตามบ้าง มีเจ้ากรรมนายเวรมาเฝ้าคอยบ้าง เจ้าที่เจ้าทางไม่ปลื้มบ้าง มีอยู่เพียงเท่านี้จริงๆ เกือบจะทุกสัปดาห์ รายไหนรายนั้น มีอยู่ไม่กี่้ข้อ

3.เลขที่บ้าน พร้อมด้วย ทะเบียนรถ มันกำหนดชะตาชีวิตคนเราได้ด้วยหรือ ครั้นแขกรับเชิญบอกเล่าเลขที่บ้าน หรือไม่ก็ ทะเบียนรถปั๊บ .. พวกยืนยันเลยว่า ลงเลขนี้ มีภูตตามมานะ อะไรอย่างนี้ ซึ่งเห็นอยู่หลายครั้งแล้ว คือ ลงหมายเลขอะไรก้อตาม มีผีสางหมดเลย ไม่เชื่อลองติดตามดูได้นะ

4.ทางแก้ไขท้ายที่สุดของอุปสรรค คือ ให้แขกรับเชิญไปทำบุญทำทาน พร้อมด้วย อุทิศส่วนกุศล ..จุดจบก้อคือไปทำบุญทำทานอยู่ดี .. ยังงี้ผมเองขบปัญหาให้ได้ ไม่ต้องถึงมือ คุณริว หรอก เนื่องด้วย ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับชีวิต ข้างในความเชื่อของพุทธมามกะ มักจะเอาวัดเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ท้ายสุด คือ หลวงพ่อช่วยด้วย

เห็นได้ชัดว่า คำทำนาย หรือไม่ก็ รูปแบบการขบปัญหา ก้อดูทั่วๆ ไป ไม่แตกต่างจากหมอดูทั่วไปแต่ประการใด แต่สิ่งที่เป็นเหตุให้ฉงนเต็มที่ ก้อหมายความว่า ….. คุณริว จิตสัมผัส .. ไถ่ถามรายละเอียดต่างๆ ทั้งเลขที่บ้าน หรือไม่ก็ ทะเบียนรถ ไปเพราะเหตุไร ในเมื่อเขา ………….. มีจิตสัมผัส

Google+ update ปรับใบหน้าตาใหม่ครั้งใหญ่ บนโทรศัพท์มือถือ แอนดรอยด์

16 พ.ค.

วันนี้บน Android Market บอกตักเตือนมาว่าได้updateเวอร์ชั่นใหม่สำหรับแอพ google plus บนโทรศัพท์มือถือ Android ซึ่งครั้งนี้เป็นupdate ครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนหน้าใหม่ พร้อมกับการแก้ไขความสามารถใหม่ของ กูเกิลพลัส ที่สมบูรณ์ เพิ่มมากขึ้นด้วย

กูเกิ้ล ได้ปล่อย กูเกิลพลัส หน้าตาใหม่ มาให้ชาว Android ได้มาupdate กันในวันนี้ มีการแก้ไขใหม่หลายด้านโดยอย่างยิ่งหน้าแอพ Google+ ที่จะคล้ายๆ Android 4.0 เยอะขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองกับโทรศัพท์มือถือใหม่ Android 4.0 อย่าง Samsung Galaxy Nexus และโทรศัพท์มือถืออื่นๆที่จะทยอย เปิดตัวตามมา รวมทั้งรองโทรศัพท์มือถือที่จะเตรียมตัวอัพเฟิร์มแวร์เป็น Android 4.0 ภายหน้า อันใกล้นี้ นอกเหนือจาก หน้าตาใหม่แล้ว ยังปรับปรุงความสามารถเกี่ยวกับการเข้ากันกับการทำงานแบตเตอร์รี่ให้กินไฟน้อยลงด้วย และupdate ส่วนต่างๆอาทิ แก้ไขปัญหาบัคบนแอพ กูเกิ้ล, การช่วยเหลือการใช้งาน กูเกิ้ล, ความสามารถในการ Sign out ออกจากระบบได้ , และเพิ่ม บุคคลลงในวงการของเราได้กล้วยๆขึ้น

คุณสามารถupdate หรือโหลดแอพพลิเคชั่น กูเกิลพลัส ซึ่งเป็นแอพเกี่ยวกับ เครือข่ายสังคม จาก กูเกิ้ล ได้ที่ Android Market บนโทรศัพท์มือถือ Android ทั้งนี้ต้องจับตามองทาง กูเกิ้ล ให้ดี เพราะนอกจากที่ จะปล่อย กูเกิลพลัส โฉมใหม่แล้ว ยังมีการอัพเดท Google Reader เป็นหน้าตาใหม่ , Google TV โฉมใหม่ และ ไวๆนี้กับแอพ Gmail บน iPhone โฉมใหม่ด้วย ถือเอาว่าบริการทั้งปวงจาก กูเกิ้ล ในเร็วๆนี้จะมีความสามารถเข้ากับบริการต่างๆใน Google App ที่ร่วมกันกันปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งปวง

ปรารถนาใบหน้าเด็กต้องบริโภคซะ… “อะโวคาโด”

15 พ.ค.

เชื่อหรือไม่ว่าผลไม้อย่างอะโวคาโด นอกจากจะมีรสหวาน ถูกปากแล้ว ยังสามารถช่วยให้คนทานดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย เนื่องด้วยนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองแล้วว่า น้ำมันที่พบในผลไม้ชนิดนี้ สามารถช่วยลดริ้วรอยตีนกาได้ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและเนื้อร้ายได้อีกด้วย โดยนักวิจัย คริสเตียน คอร์เตส-โรโฆ่ (Christian Cortes-Rojo) ได้ยืนยันว่า อะโวคาโดโดสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผักผลไม้ชนิดอื่น เนื่องด้วยแม้ว่าผักอื่น ๆ อาทิเช่น แครอทและมะเขือเทศ จะสามารถช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยของเราได้เหมือนกัน แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถซึมซับสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผักผลไม้เหล่านั้น ได้เหมือนกับที่ซึมน้ำมันในอะโวคาโดที่ เป็นแบบนั้นก็เนื่องด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในแครอทและมะเขือเทศ ไม่สามารถผ่านไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ (Organelle) หรือโครงสร้างภายในเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้ดีนัก เพราะเช่นนั้น อะโวคาโดจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยคงความอ่อนวัยให้กับคุณได้ดีที่สุด